ซื้อเครื่องฟอกอากาศอย่างไร ประหยัดทั้งค่าไฟและค่าซ่อมบำรุง

ในยุคฝุ่น PM 2.5 ครองเมือง การซื้อเครื่องฟอกอากาศสักเครื่องก็กลายเป็นความจำเป็นสำหรับทุกบ้าน ความคุ้มค่านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากจะต้องเปรียบเทียบราคาในแต่ละรุ่นแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในระยะยาวอย่างค่าไฟและค่าซ่อมบำรุงต่าง ๆ โดยเคล็ด (ไม่) ลับต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่ามากขึ้น มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

  1. เลือกให้เหมาะสมกับขนาดห้อง ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมีความสัมพันธ์กับขนาดห้อง หากเราไม่รู้ขนาดห้อง ก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ควรจะวัดขนาดพื้นที่ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะแต่ละเครื่องจะระบุขนาดห้องไว้ ควรเลือกเครื่องที่ระบุขนาดห้องใหญ่กว่าห้องของเราเล็กน้อย เพื่อให้เครื่องทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ การซื้อเครื่องเล็กมาไว้ในห้องใหญ่นั้นเปลืองไฟเปล่า ๆ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร และการซื้อเครื่องใหญ่มาไว้ในห้องเล็กก็ทำให้เปลืองไฟมากกว่าที่จำเป็นเช่นกัน
  2. เลือกเครื่องฟอกอากาศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานประหยัดพลังงาน เช่น ได้รับตราสัญลักษณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือได้รับตราสัญลักษณ์ Energy Star จากสหรัฐอเมริกา หากมีสัญลักษณ์เหล่านี้ ก็มั่นใจได้ว่าประหยัดไฟได้ตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างแน่นอน
  3. คำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนฟิลเตอร์ ควรศึกษาให้ดีว่าฟิลเตอร์แต่ละชนิดมีอายุการใช้งานเท่าไหร่ สามารถล้างทำความสะอาดได้หรือไม่ และควรเปลี่ยนบ่อยครั้งเพียงใด ฟิลเตอร์แต่ละชนิดมีราคาที่ต่างกัน ควรศึกษาว่า ในอนาคตจะต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไรในการเปลี่ยนฟิลเตอร์แต่ละปี บางครั้ง ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนฟิลเตอร์อาจสูงมากจนซื้อเครื่องใหม่ได้ แต่อย่าลืมว่า ฟิลเตอร์บางชนิดที่มีราคาสูงนั้น ก็มาพร้อมกับประสิทธิภาพในการกรองอากาศที่ดีกว่าเช่นกัน
  4. พิจารณาจำนวนวัตต์ จำนวนวัตต์ที่ระบุบนเครื่องนั้นบอกเราว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากน้อยแค่ไหน หากมีจำนวนวัตต์น้อย หมายความว่าประหยัดไฟได้มากกว่า โดยค่าไฟ 1 หน่วยนั้น มาจากการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟ 1000 วัตต์ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยแล้ว เครื่องฟอกอากาศโดยทั่วไปจะกินไฟประมาณ 60 วัตต์ สามารถเปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เปลืองค่าไฟมากนัก
  5. ฟังก์ชันประหยัดพลังงาน บางเครื่องที่มีฟังก์ชัน Sleep Mode หรือ Eco-Mode จะช่วยลดการทำงานของไฟแสดงผลและมอเตอร์พัดลม จะช่วยประหยัดพลังงานได้ นอกจากนั้นยังลดเสียงรบกวนได้อีกด้วย บางเครื่องที่มีฟังก์ชันอย่าง Smart Censors สามารถตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยรอบ เพื่อควบคุมการทำงานของพัดลมอัตโนมัติด้วย Auto Mode จะช่วยประหยัดพลังงานที่ใช้สำหรับมอเตอร์พัดลมเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ดีอีกด้วย

นอกจากการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศอย่างเหมาะสมแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าไฟได้คือ การปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองภายนอกเข้ามาในห้อง ซึ่งทำให้เครื่องต้องทำงานหนักมากขึ้น นอกจากนั้น การเปลี่ยนฟิลเตอร์และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 15% แล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพการกรองอากาศได้อีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *